หมายเหตุปลายด้ามขวาน โดยไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล - ไทยเสรีนิวส์
หมายเหตุปลายด้ามขวาน โดยไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล

หวังว่าเมื่อเงิน เยียวยา งวดทุดท้ายผ่านไป “สงครามชีวิต”ของคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะได้รับการ ดูแล แก้ไข จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ ศอ.บต. อย่างได้ผล

ผู้เขียนทิ้งท้ายไว้ ใน “หมายเหตุปลายด้ามขวาน” ครั้งที่แล้วว่า จะมีสถานการณ์ใหม่ที่เป็น “นิว นอร์ มอล” ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่จะมาแทนที่ “สงครามการก่อการร้าย” นั้นคือ “สงครามความยากจน” ที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้อง “แบกรับ” หนักกว่าในภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศไทย

เพราะ “แรงงาน” ในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 200,000 คน เป็นแรงงานที่ทำงานในประเทศมาเลเซีย ซึ่งขณะนี้ ประเทศมาเลเซีย มีผลกระทบจาก “โควิด 19” มากกว่าประเทศไทย ดังนั้น แรงงานใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนใหญ่จึงต้องกลับบ้าน เมื่อบวกกับแรงงาน ในพื้นที่ซึ่งว่างงานอยู่แล้วจำนวนมาก จะทำให้คนว่างงานเพิ่มจำนวนมากขึ้น นั่นหมายถึงความจน หมายถึง “สงครามชีวิต” ที่เกิดจากพิษของเศรษฐกิจทั้งในประเทศ และประเทศเพื่อนบ้าน ที่ถาโถมเข้ามา ห้ หน่วยงานในพื้นที่แบกรับ และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น

เพราะไม่เพียงแต่ปัญหา แรงงาน ตกงาน เท่านั้น แต่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว ล้วนฝากไว้กับ นักท่องเที่ยวมาเลเซีย และสิงคโปร์ เมื่อทั้งสองประเทศ “ป่วยหนัก” โรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้า ฯลฯ ต่างได้รับผลกระทบทั่วกัน อย่างว่าแต่ “ปลากะพง” ที่ ขายไม่ได้ และกลายเป็นทุกข์ใจของชาวประมง แม้แต่ ผัก หญ้า และอื่นๆ ก็ขายไม่ได้ เพราะไม่มี นักท่องเที่ยวทั้งใน และต่างประเทศ เข้ามาเที่ยวในจังหวัดชายแดนภาคใต้

นั้น เป็นปัญหาหนักหน่วงยิ่งกว่าการก่อการร้าย เพราะการก่อการร้าย จากขบวนการแบ่งแยกดินแดน เป็นความเสียหาย ความสูญเสีย เฉพาะตัว เฉพาะกลุ่ม แต่ปัญหาความยากจนที่เกิดจาก “โควิด 19” กระทบทุกภาคส่วน ทุกสาขาอาชีพ

และแม้แต่การเลือกตั้งท้องถิ่น ที่เป็นเรื่องสำคัญของ “ประชาธิปไตย” และการพัฒนาประเทศ ยังอาจจะต้องเลื่อนออกไป เพราะรัฐบาลขาดงบประมาณในการเลือกตั้ง

และที่น่าวิตกกังวลในเรื่อง เศรษฐกิจ ที่ได้รับผลกระทบมากกว่า คนในภูมิภาคอื่น ๆ คือ นักศึกษาจำนวนปีละ 75,000 คน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่จบออกมาจะไปทำอะไร ที่ไหน เมื่อผลกระทบที่เกิดขึ้น กระทบกับตำแหน่งงานทั้งประเทศ

อย่าว่าแต่ จะไม่มีการเลือกตั้งท้องถิ่น แม้แต่แผนพัฒนาที่วางไว้ หรือทำ”โรดแม็ป” ไว้แล้ว ก็อาจจะ หยุดชะงักงัน หรือต้องมีการปรับเปลี่ยน ซึ่งไม่เว้นแม้แต่ที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่แผนการพัฒนาที่วางไว้ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดสนามบินเบตง เพื่อรับการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชายแดน ก็อาจจะเลื่อนออกไป เพราะสายการบินเอง ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักหน่วงเช่นกัน

เรื่องการค้าชายแดน ที่เป็น”ลมหายใจ” ของเมืองชายแดน เมื่อประเทศเพื่อนบ้าน ได้รับผลกระทบหนักกว่าเรา การเดินหน้าโครงการต่างๆ ที่วางไว้ก็ต้องได้รับผลกระทบไปด้วย เพราะเรื่องการค้าชายแดนเป็นเรื่องระหว่างประเทศ ที่เราจะผลักดันฝ่ายเดียวไม่ได้

วันนี้ สิ่งที่หน่วยงานทุกหน่วยต้องเร่งดำเนินการ คือการช่วยเหลือคนในพื้นที่ ทุกสาขาอาชีพ ซึ่งได้รับผลกระทบถ้วนหน้า และที่สำคัญคน”ว่างงาน” และผู้ที่จบการศึกษาใหม่ ให้เขาสามารถที่จะมีอาชีพ เพื่อเลี้ยงครอบครัวและเลี้ยงตัวเองให้ได้ก่อน

เคยเขียนไว้ว่า นอกจากหน่วยงานอื่นๆ ที่มีอยู่ในแต่ละจังหวัด ตามโครงสร้างการ บริหารราชการส่วนภูมิภาคแล้ว ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังมี ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. ที่มีหน้าที่หลักใน”มิติ”ของการพัฒนา เป็นด้านหลัก ซึ่งต้องร่วมในการแก้ปัญหา”สงครามชีวิต” ที่เกิดจาก”โควิด 19” ในครั้งนี้ด้วย

ซึ่งจากการที่ได้ “พูดคุย” กับ พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดในวันนี้ของ ศอ.บต. คือการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งฝ่ายปกครอง และหน่วยงานจากกระทรวงต่างๆ ก่อนเป็นอันดับแรก

หลังการเกิดขึ้นของ”โควิด 19” ศอ.บต. ตระหนักดีว่า ผลกระทบที่จะตามมาคืออะไรบ้าง ดังนั้นจึงได้การวางแผนตั้งแต่ต้น เพื่อรับมือกับปัญหาที่ต้องเกิดขึ้น โดยการใช้”แนวทางฟื้นฟูสังคมและเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 1 เร่งสร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับชุมชน เร่งสร้างความมั่นคงทางด้านสิ่งแวดล้อม

ต้องสร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้น จากสิ่งที่เป็นรายได้อยู่แล้ว เช่น ผลผลิตทางการเกษตร ผลไม้ตามฤดูกาล การผลิตตามฤดูกาล การจ้างแรงงานภาคเกษตรกร พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้ว เพิ่มการเพิ่มมูลค่า ซึ่งมีตัวอย่างที่ทำแล้วสำเร็จ หลายพื้นที่ เช่น การแปรรูปปลากุเลาของชาวประมงพื้นที่ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี การส่งเสริมให้มีการทำอาชีพเสริม โดยใช้ผลผลิตในพื้นที่ การเข้าไปพัฒนากลุ่มอาชีพ

การลดรายจ่ายของครัวเรือน ซึ่งทำเป็นเมนูอาชีพการเกษตร ส่งเสริมให้ปลูกผักกินเอง ส่งเสริมให้เลี้ยงสัตว์ เช่นไก่พื้นเมือง การเลี้ยงปลาตะเพียน ปลานิล ปลาดุก กุ้ง การนำสินค้าธงฟ้าเพื่อให้บริการแก้ประชาชน เพื่อเป็นการลดค่าครองชีพ

สิ่งสำคัญที่ ศอ.บต. ต้องช่วยเหลือ ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ คือการหาตลาดให้กับผู้ผลิต ตั้งแต่ตลาดต่างประเทศ ตลาดในตำบล อำเภอ และ จังหวัด ในภาคอื่นๆ ตลาดในชุมชน ตลาดออนไลน์ โครงการฝากร้านค้าไว้กับ ศอ.บต. และการทำธนาคารสินค้าการเกษตร นอกจากนั้นยังมีแผนในการสร้างกิจกรรมเชื่อมโยงให้เกิดขึ้น

วันนี้เท่าที่ติดตามอย่างใกล้ชิด สินค้าเกษตรทุกตัวยังไปได้ เช่น ทุเรียนปีนี้เกษตรกรขายได้มากขึ้น และราคาดีกว่าปีที่แล้ว ส่วนผลไม้ตามฤดูกาลอื่นๆ ก็มีการบริหารจัดการ มีการวางแผนเชื่อมโยงกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อการรองรับผลผลิต และหลังการควบคุม”โควิด 19” ได้ผล ในระดับไม่มีผู้ติดเชื้อในประเทศและในพื้นที่ เชื่อว่าการท่องเที่ยว ในพื้นที่จะฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว เช่นใน อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติหลายแห่ง เช่น “ทะเลหมอก” ที่ อัยเยอร์เวง บ่อน้ำร้อน ธารน้ำเย็น ที่ บ้านนากอ และอื่นๆ

ในส่วนของ นโยบายที่ได้ ขับเคลื่อนไปแล้ว ซึ่งเป็นแผนการสร้างงานให้เกิดขึ้นในพื้นที่ อาจะชะงักไปบ้างเพราะปัญหาของ”โควิด 19” เช่น การส่งเสริมการปลูกไผ่ ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งมีทั้ง ผู้ลงทุนจากต่างประเทศที่ เข้ามาตั้งบริษัทเพื่อรับซื้อ เพื่อขายให้กับโรงงานไฟฟ้า ชีวะมวล ในพื้นที่ ซึ่งจะมีการก่อสร้าง ในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น ตามแผนของกระทรวงพลังงาน วันนี้ก็มีการขับเคลื่อนไปแล้วในหลายส่วน เมื่อสถานการณ์ของ”โควิด 19” ผ่านไป จะได้เห็นความเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนมากขึ้น

แม้แต่ในเรื่องของ อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เพื่อสร้างอนาคตให้กับคนในพื้นที่ และนักศึกษาที่จบใหม่ปีละ 75,000 คน เมืองต้นแบบที่ 4 ที่ อ.จะนะ จ.สงขลา จะเห็นว่า แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องต่อสู้กับ”โควิด 19” ศอ.บต. ก็ไม่ได้หยุดนิ่ง มีการขับเคลื่อนอย่างเต็มที่ ในเรื่องของการพัฒนาอาชีพเดิมที่มีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเกษตร ประมงพื้นบ้าน เพื่อให้ดีกว่าเดิม และการสร้างอาชีพใหม่คือ” เมืองต้นแบบ “ เพื่อคนรุ่นใหม่ได้มีที่”หยั่งเท้า” คือ ลูกหลานของคนในพื้นที่ทั้งหมด จะได้ไม่”ว่างงาน” เหมือนกับที่เป็นอยู่ในวันนี้ ซึ่งวันนี้เห็นชัดเจนว่า เมื่อมาเลเซียมีปัญหาคนในพื้นก็มีปัญหาไปด้วย เพราะเรายืม”จมูกเพื่อนหายใจ” นั่นเอง

อีก 2 เดือน เมื่อเงินที่ได้รับการเยียวยา จำนวน 5,000 บาท ทั้งในส่วนของผู้ได้รับการเยียวยากลุ่มแรก และกลุ่มที่ 2 คือ เกษตรกร ก็ได้แต่หวังว่า สถานการณ์ของ”สงครามชีวิต” ในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะไม่ทรุดตัวไปกว่านี้ และหวังว่าหน่วยงานทุกหน่วยในพื้นที่ รวมทั้ง ศอ.บต. จะเป็นที่พึ่ง จะเป็นผู้แก้ปัญหาให้กับคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างได้ผล




ป้ายกำกับ:, , ,

previous arrow
next arrow
Slider
wordpress themes by wpicus
สำนักงานใหญ่ เลขที่ 76 หมู่ 20 ถนนกสิกรทุ่งสร้าง ตำบลศิลา อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000