ผลักดันสถาบันเกษตรกรตั้งใหม่สู่ความเข้มแข็ง - ไทยเสรีนิวส์
ผลักดันสถาบันเกษตรกรตั้งใหม่สู่ความเข้มแข็ง

ผลักดันสถาบันเกษตรกรตั้งใหม่สู่ความเข้มแข็ง

ในช่วงปี 2560 – 2561 ที่ผ่านมา สำนักงานสหกรณ์จังหวัดสกลนคร ได้มีการจัดตั้งและจดทะเบียนสถาบันเกษตรกรขึ้นมาอย่างมากมาย ในพื้นที่ของกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์ 4 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ ในอำเภอวานรนิวาส อำเภออากาศอำนวย อำเภอคำตากล้า อำเภอบ้านม่วง และอำเภอเจริญศิลป์ มีการจัดตั้งสถาบันเกษตรกร จำนวน 9 แห่ง โดยมีสหกรณ์ 1 แห่ง และกลุ่มเกษตรกร จำนวน 8 แห่ง  ซึ่งการยางแห่งประเทศไทย ได้กำหนดนโยบายให้มีการรวมกลุ่มสมาชิกในรูปแบบของนิติบุคคล ซึ่งการที่กลุ่มคนร่วมกันเป็นนิติบุคคลได้ ต้องอยู่ในรูปแบบของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร โดยมีความเกี่ยวเนื่องกับการให้ความช่วยเหลือของทางราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ซึ่งเมื่อได้มีการจัดตั้งตามรูปแบบขั้นตอนของการจัดตั้งสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ตามกระบวนการจัดตั้งของสำนักงานสหกรณ์จังหวัด โดยมีกลุ่มจัดตั้งและส่งเสริมสหกรณ์ร่วมกับกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์ในพื้นที่ ช่วยกันให้ความรู้เรื่องของสหกรณ์ อุดมการณ์ หลักการ วิธีการสหกรณ์ ตลอดจนการให้ความรู้ ความเข้าใจให้แก่เกษตรกรที่จะสมัครเข้ามาเป็นสมาชิกของสหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกร ให้เป็นไปหลักการสหกรณ์ ข้อที่ 1 คือ การเป็นสมาชิกโดยสมัครใจและเปิดกว้าง นอกจากนั้น ยังมีกฎหมายสหกรณ์ ระเบียบ ข้อบังคับของสหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกร  เพื่อให้การดำเนินธุรกิจหรือการกิจกรรมทุกอย่างของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดขึ้น  เช่น กลุ่มเกษตรกรชาวสวนยาง จะต้องมีการรวบรวมยางพารา รวมกันซื้อ รวมกันขาย สมาชิกต้องช่วยเหลือกันในทุกๆ กิจกรรม เป็นต้น เพื่อให้สหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรสามารถดำเนินงานไปได้

เมื่อดำเนินการจัดตั้งและจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเสร็จสิ้นแล้ว การดำเนินงานในรูปแบบของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรในรูปแบบนิติบุคคล จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับของสถาบันเกษตรกรนั้นๆ ที่กำหนดขึ้น มีโครงสร้างคณะกรรมการ มีผู้ตรวจสอบกิจการ มีการมอบหมายงานให้แก่คณะกรรมการ และที่สำคัญที่ทุกสถาบันต้องจัดทำคือ เรื่องของการจัดทำบัญชีและงบแสดงฐานะการเงิน ซึ่งมีความสำคัญเป็นอย่างมากในการดำเนินกิจการของสหกรณ์หรือกลุ่ม ซึ่งถือเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของการดำเนินงานในรอบปีหนึ่งๆ ว่าผลการดำเนินงานมีผลกำไร หรือขาดทุน เกี่ยวเนื่องกับการจัดสรรเงินกำไรเมื่อสิ้นปี ความแตกต่างในการรวบรวมกลุ่มที่เป็นนิติบุคคลและกลุ่มธรรมชาติที่เห็นแตกต่างได้ชัดคือมีการจัดสรรเข้าเป็นทุนต่างๆ ของสหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกร ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ ส่วนเหลือจ่ายเงินปันผลและเงินเฉลี่ยคืนตามสัดส่วนของการถือหุ้นและการมีส่วนร่วมในการดำเนินธุรกิจ ส่วนกลุ่มธรรมชาติก็ให้เป็นไปตามข้อตกลงของกลุ่มที่กำหนดไว้

ซึ่งถ้ามองเห็นในมุมการให้ความร่วมมือก็คงไม่แตกต่างกันมากนักระหว่างกลุ่มที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายและกลุ่มธรรมชาติ แต่ถ้ามองในมุมของความมั่นคง ยั่งยืน สามารถเป็นที่พึ่งของสมาชิกในกลุ่มได้ก็ต้องให้ความสำคัญกับกลุ่มที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย และสิ่งที่ขาดไม่ได้ที่เป็นพลังขับเคลื่อนสหกรณ์หรือกลุ่มให้ดำเนินงานได้ก็คงเป็นหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และ การยางแห่งประเทศไทย ที่คอยเป็นพี่เลี้ยงให้แก่สหกรณ์และกลุ่มเหล่านั้น ให้ดำเนินให้เป็นไปตามระเบียบ เป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนดไว้

แต่สิ่งที่ต้องพึงระวังให้มากคือ ความเคยชินของสหกรณ์หรือกลุ่ม เพราะเมื่อเข้ามาอยู่รั้ว ในระเบียบ ก็คงหนี้ไม่พ้นการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ จะปฏิบัติเหมือนที่เคยปฏิบัตินั้นไม่ได้แล้ว เจ้าหน้าที่ส่งเสริมต้องพยายามให้มากขึ้นกว่าเดิมในการแนะนำส่งเสริม เพื่อให้คณะกรรมการและสมาชิกที่ถือว่าเป็นหน้าใหม่ในวงการสหกรณ์ ให้มีความรู้ ความเข้าใจ ของวิธีการสหกรณ์ ให้ความสำคัญในการมีส่วนร่วม เช่น การร่วมประชุม การมีส่วนร่วมในการดำเนินธุรกิจ การใช้สิทธิอออกเสียงต่างๆ และสร้างจิตสำนึกที่ดีให้แก่สมาชิก ให้ตระหนักถึงความเป็นเจ้าของสหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกร ต้องสอดส่องดูแล รักษาผลประโยชน์ของตนเอง ส่งเสริมให้มีการระดมหุ้นเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กลุ่ม ส่งเสริมการรวมซื้อ รวมขาย สร้างอำนาจต่อรองกับพ่อค้า สร้างพลังกลุ่มเล็กๆ ให้มีความเข้มแข็งโดยเฉพาะความสามัคคีของสมาชิกในกลุ่มให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อนำความเจริญมาสู่หมู่บ้านและชุมชนและสามารถเป็นที่พึ่งให้แก่ลูกหลานรุ่นต่อไปได้

อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนการดำเนินงานของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่ตั้งขึ้นมาใหม่ ต้องอาศัยความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ ของผู้เกี่ยวข้องทั้งสามฝ่าย ได้แก่ คณะกรรมการ สมาชิก และเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง โดยการขับเคลื่อนงานสหกรณ์เป็นงานของทุกคน ไม่ใช่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ต้องเดินควบคู่ไปพร้อมๆ กัน ยอมรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน  ดังพระบรมราชโองการ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 9 พระราชทาน ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พุทธศักราช 2527 ดังความที่ว่า “สหกรณ์แปลว่าการทำงานร่วมกัน หมายถึง ผนึกกำลังผู้ทำงานเกี่ยวข้องกัน กระทำงานที่เกี่ยวข้องกันนั้น ให้พรักพร้อมกันทุกด้านและต้องการทำงานนั้นด้วยความรู้ ความสามารถ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ด้วยความเมตตาหวังดี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่กันและกันด้วย จึงจะเป็นสหกรณ์แท้ ซึ่งมีแต่ความเจริญก้าวหน้าและอำนวยประโยชน์ที่พึงประสงค์แต่ฝ่ายเดียว” เมื่อทำเช่นนี้ได้ผู้เขียนเชื่อว่าสถาบันเกษตรกรทุกแห่งย่อมจะมีความเจริญ มีความเข้มแข็ง เป็นที่พึ่งของสมาชิกได้อย่างแท้จริง

บทความโดย : นายสุขสันติ  จิตธรรม

นักวิชาการสหกรณ์ปฏิบัติการ

กลุ่มส่งเสริมสหกรณ์ 4 สำนักงานสหกรณ์จังหวัดสกลนคร




ป้ายกำกับ:, , , ,

previous arrow
next arrow
Slider
wordpress themes by wpicus
สำนักงานใหญ่ เลขที่ 76 หมู่ 20 ถนนกสิกรทุ่งสร้าง ตำบลศิลา อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000