ศอ.บต.เชื่อมั่นเดือนเมษายน สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ "โควิด-19" ในพื้นที่ต้องดีขึ้น - ไทยเสรีนิวส์
ศอ.บต.เชื่อมั่นเดือนเมษายน สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ “โควิด-19” ในพื้นที่ต้องดีขึ้น

สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ “โควิด 19″ ในประเทศไทย โดยเฉพาะใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งประกอบด้วย จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส และ สงขลา ตัวเลขของผู้ติดเชื้อ”โควิด 19” ทั้งที่เป็นผู้ป่วย ผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง และผู้เสียชีวิต วันนี้อาจจะนิ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่า ตัวเลขจะนิ่งที่จำนวนดังกล่าว
เนื่องจากยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ไม่เหมือนในภาคอื่นๆของประเทศเช่น ยังมีคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่อยู่ในประเทศต่างๆ เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย ปากีสถาน อินเดีย และในตะวันออกกลาง ที่เดินทางกลับเข้ามาเรื่อยๆ เพราะเรายังไม่ได้มีการประกาศปิดประเทศอย่างถาวร
ล่าสุดมีคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้อีก 1,002 คน เดินทางจากประเทศมาเลเซีย กลับเข้ามายังประเทศไทย ด้านด่านพรมแดน อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานจาก”ชมรมต้มยำกุ้ง” หรือเป็นลูกจ้างในร้านอาหาร ที่ชื่อว่า”ร้านต้มยำกุ้ง” ซึ่งมีอยู่ในรัฐต่างๆของ มาเลเซียถึง 6,000 กว่าร้าน

ก่อนหน้านี้ มีนักศึกษากว่า 200 คน จากประเทศปากีสถาน ที่เพิ่งเดินทางกลับมาถึงจังหวัดชายแดนภาคใต้ และขณะนี้อยู่ในสถานที่ กักตัว 14 วัน และยังมีนักศึกษาจากที่เดินทางมาจากประเทศอินโดนีเซียอีกจำนวนหนึ่ง ที่ขณะนี้มีการตรวจพบว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด 19 แล้ว จำนวน 3 คน
และเชื่อว่ายังจะมีคนไทยที่ส่วนใหญ่เป็น”มุสลิม” ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เดินทางมาเรื่อยๆ โดยขอเข้าประเทศทางด่านอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา และด่านพรมแดนบ้านวังประจัน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล จนถึงสิ้นเดือนเมษายน หรือจนกว่ารัฐบาลจะมีคำสั่งมิให้คนไทย และคนต่างชาติ เดินทางเข้าประเทศ
และที่ยังน่ากังวลคือ ข่าวที่ปรากฏในแต่ละวัน ที่ผู้เสียชีวิต และผู้ติดเชื้อเกือบทั้งหมด เป็นผู้ที่เดินทางไปร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย หรือไม่ก็ผู้เสียชีวิตผู้ติดเชื้อต่างสัมผัสถูกตัวบุคคลที่ไปร่วมกิจกรรมทางศาสนาในประเทศดังกล่าว และมาสัมผัสกับคนใกล้ชิด

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แม้จะมีการขอความร่วมมือจาก จุฬาราชมนตรี ผู้นำศาสนาอิสลาม และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. และจากผู้ว่าราชการจังหวัดใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอให้หยุดปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนาในวันศุกร์ หรือละหมาดวันศุกร์ เพื่อเป็นการป้องกัน การรวมกลุ่มของคนหมู่มาก ที่อาจจะเป็นการแพร่เชื้อได้นั่นเอง
แต่… ปรากฏว่ายังมี มัสยิดหลายแห่ง ที่ไม่ให้ความร่วมมือ โดยเฉพาะใน อำเภอยะหา จังหวัดยะลา ที่ยังมีมัสยิดถึง 22 แห่ง ยังจัดกิจกรรมทางศาสนา ด้วยการละหมาดวันศุกร์ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง
และหวังว่า หลังจากที่ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา และผู้นำศาสนาอิสลามในจังหวัดยะลา ได้มีการเชิญ อิหม่าน มัสยิดดังกล่าวมาทำความเข้าใจแล้ว วันศุกร์ที่จะถึงนี้ มัสยิดต่างๆ คงให้ความร่วมมือมากขึ้น เพราะนี่เป็นมาตรการเพื่อป้องกันคนในชุมชน ในครอบครัวของตนเอง มิให้ได้รับอันตรายจากโรคระบาดดังกล่าว

เกี่ยวกับสถานการณ์ของ”โควิด 19 “ ล่าสุด พล.ร.ต.สมกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า เชื่อว่าในเดือน เมษายน เป็นต้นไป สถานการณ์จะค่อยๆ นิ่ง และอยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่ฝ่ายสาธารณสุขได้ผล เพราะขณะนี้ แม้ว่าใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังมีการเดินทางเข้ามาของแรงงาน นักเรียน นักศึกษา จากประเทศต่างๆ ก็จริง แต่เมื่อเดินทางมาถึง มีการคัดครอง ตรวจโรค และให้ไปอยู่ในสถานที่กักตัว 14 วัน ซึ่งควบคุมดูแลโดยเจ้าหน้าที่ ทั้งฝ่ายสาธารณสุข ฝ่ายปกครอง และฝ่ายความมั่นคง

ในส่วนของหมู่บ้านที่มีผู้ป่วย ผู้เสียชีวิต ก็มีการ”ล็อกดาวน์” พื้นที่ป้องกันคนเข้า-ออก โดยมีเจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจอย่างเข้มงวด และกลุ่มคนที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้เสียชีวิต หรือผู้ป่วยก็มีการติดตามตรวจสอบ และขอให้กักตนเอง เพื่อป้องกันการระบาดไปยังบุคคลอื่นๆ
และที่สำคัญใน จังหวัดยะลา นราธิวาส และ ปัตตานี ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ทำการ”ล็อกดาวน์” พื้นที่ เพื่อป้องกันคนเข้า-ออก โดยให้เข้า-ออก เฉพาะผู้ที่จำเป็น เช่น การขนส่งสินค้า เครื่องอุปโภค บริโภค รถบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิง บรรทุกก๊าซหุงต้ม ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเป็นผู้พิจารณาออกหนังสืออนุญาตให้เข้า-ออก ได้ตามภารกิจ ส่วนประชาชนทั่วไป ห้ามเดินทางเข้า-ออกอย่างเด็ดขาด
เราทราบดีว่าการล็อกดาวน์จังหวัด สร้างความไม่สะดวก สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน เช่นเดียวกับการขอร้องให้ทุกคนอยู่กับบ้าน เป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้หาเช้ากินค่ำ ผู้ใช้แรงงาน แต่เมื่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่เข้าสู่ความเป็นปกติ ทุกคนต้องเข้าใจ และต้องอดทน เพราะหากไม่มีมาตรการเช่นนี้ ทุกคนจะต้องเดือดร้อนยิ่งกว่า และคนในครอบคัวอาจจะเจ็บป่วย เสียชีวิต ตามมา ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลยอมให้เกิดขึ้นไม่ได้

ส่วนความเดือดร้อน ความทุกข์ยากของผู้หาเช้ากินค่ำ ผู้ใช้แรงงาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องติดตามดูแล เพื่อให้การช่วยเหลือตามสภาพตามความเหมาะสม หรือตามช่องทางของกฎหมายที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ ซึ่ง ศอ.บต. ในฐานะของหน่วยงาน”บูรณาการ” ได้มีการติดตามทุกเรื่องราว ทุกปัญหาที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ของการแพร่ระบาดของ”โควิด 19” ซึ่งทุกมาตรการที่ทางรัฐบาลใช้ ทางจังหวัดใช้ และทางกรมควบคุมโรคติดต่อ ทางสาธารณสุข แพทย์ และพยาบาลใช้ ก็เพื่อต้องการให้บ้านเมืองกลับเข้าสู่ความเป็นปกติโดยเร็ว
และล่าสุด ได้มีการออกคำสั่ง”เคอร์ฟิวส์” ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2563 จะทำให้สถานการณ์ในการควบคุมโรคได้ผลมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม การที่การป้องกันการควบคุมจะได้ผลดีที่สุดนั้น ไม่ได้อยู่ที่การบังคับใช้กฎหมายอย่างเดียว แต่คนส่วนใหญ่ต้องปฏิบัติตามด้วย
ในส่วนของผู้ที่มีเพจ “ฝากร้านไว้กับ ศอ.บต.” โดยเป็นการค้าขายผ่านทางช่องทางออนไลน์ ที่ ศอ.บต. เป็นตัวกลาง ระหว่าง ร้านค้ากับผู้ซื้อ ซึ่งร้านค้าที่สนใจสามารถเข้าไปคลิกดูรายละเอียด ลงทะเบียนเพื่อร่วมโครงการ ฝากร้านไว้กับ ศอ.บต.ได้ ด้วยการใส่ชื่อร้านค้า ประเภทสินค้า ราคา ช่องทางติดต่อ แค่นี้ก็สามารถที่จะขายสินค้าของท่านได้แล้ว ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ของ ศอ.บต. ได้ตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม ถึงทุกหน่วยงานจะได้พยายามอย่างเต็มที่ ในการมีมาตรการเพื่อหยุดการแพร่ระบาดของ”โควิด 19” ให้ได้โดยเร็ว แต่ก็ยังมีผู้ที่ไม่เชื่อฟังคำสั่ง คำขอร้อง ยังมีการรวมกลุ่มกันในร้านน้ำชา กาแฟ ในหมู่บ้าน ตำบล และ ใช้เส้นทางลัด เพื่อเดินทางจากอีกพื้นที่หนึ่งไปยังพื้นที่หนึ่ง ด้วยการหลีกเลี่ยงจุดตรวจ ทำให้การล็อกดาวน์พื้นที่ยังมีช่องว่างเกิดขึ้น
ซึ่งเรื่องนี้ฝ่ายความมั่นคง ต้องปรับแผนในการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด รวมทั้งต้องทำความเข้าใจกับผู้นำท้องที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อสื่อสารสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้นระหว่างคนในพื้นที่ และหากขอความร่วมมือไม่ได้ผล อาจจะต้องใช้กฎหมาย เพื่อให้สามารถล็อกดาวน์พื้นที่ มิให้เกิดการแพร่ระบาดไปสู่พื้นที่อื่นๆ ต่อไป

หมายเหตุปลายด้ามขวาน โดยไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล




ป้ายกำกับ:, , ,

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง:

ประเทศไทยไม่ควรกลายเป็นสมรภูมิต่อสู้ของสหรัฐอมริกา
“อับดุลอายี” ส.ส.ยะลา พรรคประชาชาติ ฉะ พ.ร.ก.กู้เงินไม่มีแผนชัดเจนว่าจะนำไปทำอะไร กู้จากไหน ดอกเบี้ยเท่าไหร่
'ทวี สอดส่อง' งบประมาณต้องเปิดประชาชนต้องมีส่วนร่วม ค่าใช้จ่ายลงทุนไม่ชัดเจนและงบผูกพันข้ามปี ซื้ออาวุธ-ก่อสร้างมากเกินไ...
ปลุกภูมิปัญญาสร้างรายได้สู้ภัยแล้ง ด้วยเครื่องหีบน้ำอ้อยโบราณ
ทำไมรัฐช่วยแต่หนี้สินของเศรษฐี? ส่วนหนี้สินของประชาชนกลับไม่เหลียวแล!!
"อานนท์ แสนน่าน" ขอบคุณ "บิ๊กตู่" แทนเกษตรกรหลังพิจารณาโครงการช่วยเครือข่ายหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนก้าวผ่านวิกฤตโควิด-19 ตา...
สำนักงานใหญ่ เลขที่ 76 หมู่ 20 ถนนกสิกรทุ่งสร้าง ตำบลศิลา อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000