ความรู้เรื่องการฟอกสีฟัน

สวัสดีค่ะ พบกันอีกครั้งกับ คอลัมน์ ก้าวทันโลก กับโรงพยาบาลทันตกรรม เหมือนเช่นเคยที่เราได้หยิบความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันเบื้องต้น พร้อมเกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับช่องปากมาฝากกันทุกๆ เดือน ที่ผ่านมามีหลายท่านถามเข้ามาถึงเรื่องของการฟอกสีฟัน เป็นอย่างไรนั้น วันนี้เรามารู้จักเรื่องของการฟอกสีฟันกันนะคะ

 

สำหรับการฟอกสีฟันในปัจจุบันนั้น เป็นการฟอกสีฟันทั้งปาก ซึ่งได้รับความนิยมจากบุคคลทั่วไป และในปัจจุบันยาฟอกสีฟัน ใช้ได้สะดวก และมีประสิทธิภาพมากขึ้น การฟอกสีฟันทั้งปากนั้น ทำได้ 2 วิธี คือ วิธีแรก  เป็นวิธีที่จะต้องทำในคลินิก โดยทันตแพทย์จะเป็นผู้ทำ โดยใช้สารฟอกสี ซึ่งส่วนใหญ่ คือ สารประเภท Peroxide ที่มีความเข้มข้น 30-35% ระยะเวลาในการทำในแต่ละครั้ง คือประมาณ 30 นาที – 1 ชั่วโมง วิธีที่สอง คือ คนไข้สามารถนำสารฟอกสีกลับไปทำเองได้ที่บ้าน โดยทันตแพทย์จะเตรียมอุปกรณ์ให้ แต่คนไข้ต้องกลับมาตรวจเป็นระยะๆ ตามที่ทันตแพทย์นัด สารฟอกสีฟัน ที่ใช้ก็จะเป็นประเภทเดียวกับที่ทำในคลินิก แต่จะมีความเข้มข้นน้อยกว่า คือ ประมาณ 2-10% ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัย สำหรับวิธีฟอกนั้นไม่ยาก เพียงแต่บีบสารฟอกสีลงในถาดฟันยางที่ทันตแพทย์ทำเฉพาะไว้สำหรับแต่ละคน จำนวนน้ำยาที่ใส่ลงในถาดก็ประมาณเพียง 1 ใน 3 ของถาด แล้วสวมฟันยางไว้  วันละ 1-2 ชั่วโมง ทุกๆวัน และจะต้องกลับไปพบทันตแพทย์ตามกำหนดนัด ระยะเวลาที่ใช้นั้นมักขึ้นอยู่กับสีและคราบคล้ำของฟัน ถ้าฟันมีสีเหลืองไม่มากก็อาจจะฟอกให้ขาวได้ในเวลา 2-3 สัปดาห์ แต่ถ้าหากฟันมีสีเหลืองเข้ม หรือสีเทาอ่อนก็อาจจะต้องฟอกมากขึ้นเป็น 4-5 สัปดาห์ ส่วนผลข้างเคียงต่อเหงือกหรือฟัน บางรายอาจมีอาการแสบเหงือกและเนื้อเยื่ออ่อนในช่องปาก เนื่องจากการระคายเคืองโดยตรงที่สัมผัสกับน้ำยา  หรืออาจเกิดอาการเสียวฟันหลังจากฟอกสี  แต่ประสาทฟันจะมีการป้องกันตัวเองโดยธรรมชาติและอาการก็จะค่อยๆ ทุเลาลงและหมดไป เมื่อเราหยุดฟอกสี การฟอกสีฟันทั้งปากไม่ได้ทำให้ฟันสึกกร่อนหรืออ่อนแอลง การฟอกสีฟันเมื่อฟอกแล้วสีกลับมาเหมือนเดิมหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับสภาพก่อนฟอก ถ้าเดิมสีค่อนข้างคล้ำโอกาสคืนสู่สีเดิมจะเป็นไปได้สูง ในเวลา 1-2 ปี แต่การฟอกสีฟันที่สีเหลืองอ่อน จะขาวได้นานประมาณ 3-4 ปี ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับความระมัดระวังป้องกันการติดสีจากคราบอาหารด้วย และเมื่อสีฟันทั้งปากไม่ได้ทำให้ฟันสึกกร่อนหรืออ่อนแอ ส่วนวิธีอื่นๆ ที่จะทำแบบถาวรก็มี เช่น

– การทำเคลือบฟัน  โดยทันตแพทย์จะกรอแต่งผิวเคลือบฟันด้านหน้าออกเล็กน้อยแล้ว ปิดทับด้วยวัสดุอุดสีขาว หรือสีเหมือนฟัน ตบแต่งให้ได้รูปร่างสวยงาม ซึ่งวิธีนี้ จะทำให้ฟันขาวค่อนข้างถาวรกว่าการฟอกสี แต่ก็ยังมีโอกาสเสื่อมได้ คือ อาจจะมีรอยแตก กะเทาะของวัสดุที่ทำเคลือบเมื่อใช้ไม่ระมัดระวัง แต่สามารถซ่อมแซมหรือทำใหม่ได้ไม่ยากนัก แต่วิธีนี้โดยทั่วไปค่าใช้จ่ายก็จะแพงกว่าการฟอกสีฟัน นอกจากนี้ก็ยังมีอีกวิธีหนึ่งคือ

– การทำครอบฟัน ทันตแพทย์จะกรอแต่งผิวเคลือบฟันออกทั้งซี่ ให้เหลือเป็นแกนแล้ว ทำฟันปลอมครอบทับลงไปติดแน่นด้วยซีเมนต์ทันตกรรม ฟันที่ดำหรือแตก บิ่น สามารถทำครอบที่มีสีและรูปร่างให้สวยงามได้ จึงถือว่าเป็นการเปลี่ยนสีฟันได้อย่างถาวร แต่ค่าใช้จ่ายจะแพงกว่าการทำเคลือบฟัน และการฟอกสีฟัน

สำหรับในเด็กการฟอกสีฟัน ไม่จำเป็นต้องทำ เพราะปกติเด็กก็จะมีฟันแท้ขึ้น อายุประมาณ 6-7 ปี ฟันแท้ที่ขึ้นมักจะมีฟันเหลืองกว่าฟันน้ำนมอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็เป็นสีที่เป็นธรรมชาติจึงไม่จำเป็นต้องฟอกสีฟัน นอกจากบางรายที่มีภาวะความผิดปกติจริงๆ  สำหรับยาฟอกสีฟันนั้นไม่ควรซื้อยาที่มีขายในท้องตลาดมาใช้เอง แต่ควรให้อยู่ในความดูแลของทันตแพทย์เท่านั้น

          “การฟอกสีฟัน” จะปลอดภัยได้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของทันตแพทย์อย่างใกล้ชิดนะคะ  พบกันใหม่ฉบับหน้า ฉบับนี้สวัสดีค่ะ

                                                               ผศ.ทพญ.อโนมา รัตนะเจริญธรรม
รองคณบดีฝ่ายบริหาร
คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น




previous arrow
next arrow
Slider
wordpress themes by wpicus
สำนักงานใหญ่ เลขที่ 76 หมู่ 20 ถนนกสิกรทุ่งสร้าง ตำบลศิลา อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000