วอนผู้ว่ามุกดาหาร ช่วยแก้ปัญหาทุกข์ร้อนของชาวบ้านจากการลักลอบดูดกรวดทรายในแม่น้ำโขง - ไทยเสรีนิวส์
วอนผู้ว่ามุกดาหาร ช่วยแก้ปัญหาทุกข์ร้อนของชาวบ้านจากการลักลอบดูดกรวดทรายในแม่น้ำโขง

จม.ถึงผู้ว่ามุกดาหารฉบับที่ 2 วอนช่วยแก้ทุกข์ร้อนของชาวบ้านจากการลักลอบดูดกรวดทรายในแม่น้ำโขง ทำให้ระบบนิเวศเสียหายและส่งผลกระทบต่อปลาในแม่น้ำโขงมีจำนวนลดลงจนกระทั่งสูญพันธุ์ สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวประมง และประชาชนในตำบลนาสีสวนอย่างแสนสาหัส

นายพรรณา ราชิวงค์ ที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชน ด้านสิ่งแวดล้อมสำนักตรวจราชการ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2564 ขอให้ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายกับนายทุนผู้ประกอบการท่าทรายที่นำเรือเข้าไปลักลอบดูดกรวดทรายในแม่น้ำโขง บริเวณริมฝั่งหมู่บ้านท่าไค้ – นาแล ตำบลนาสีนวล อำเภอเมืองมุกดาหาร จนทำให้ระบบนิเวศเสียหายและส่งผลกระทบต่อปลาในแม่น้ำโขงมีจำนวนลดลงจนกระทั่งสูญพันธุ์ สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวประมง และประชาชนในตำบลนาสีสวนอย่างแสนสาหัส แต่ก็ไม่มีเจ้าหน้าที่จากจังหวัดมุกดาหาร หรือจากหน่วยงานใดๆ ทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ด่านศุลกากรมุกดาหาร ตลอดจนเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารกองทพภาคที่ 2 หรือกองกำลังสุรศักดิ์มมนตรี เข้ามาตรวจสอบและจับกุมดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดทั้งที่มีพยานบุคคลที่เห็นเหตุการณ์และภาพถ่ายการกระทำความผิดอย่างชัดเจน

ขณะที่นายทุนท่าทรายยังคงนำเรือออกไปลักลอบดูดกรวดทรายอย่างต่อเนื่องโดยไม่เกรงกลัวกฏหมาย เพราะไม่มีเจ้าหน้าที่ออกไปทำการตรวจสอบตามหนังสือร้องเรียนเลยแม้แต่นายเดียว ปล่อยให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมถูกทำลายเสียหายย่อยยับ ดังนั้น ในฐานะที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชน ด้านสิ่งแวดล้อมสำนักตรวจราชการ ซึ่งเป็นผู้แทนของชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจึงได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นฉบับที่ 2 ลงวันที่ 12 เมษายน 2564 แจ้งจับเรือแพขนานยนต์ดูดหินดูดทรายนอกเขตที่ได้รับอนุญาต พร้อมพยานหลักฐานบุคคลที่การกระทำความผิด และภาพถ่ายของเรือดูดกวดทรายขณะกำลังกระทำความผิด

นายพรรณา กล่าวว่า แม้จะมีการร้องเรียนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารไปก่อนหน้านี้ แต่เรือดูดกรวดทรายก็ยังดำเนินการดูดกรวดทรายอย่างต่อเนื่องอยู่ทุกวัน ซึ่งถ้าปล่อยไปในลักษณะนี้อีกต่อไป ยิ่งจะสร้างความเดือดร้อน สียหายต่อระบบนิเวศน์ในแม่น้ำโขงโดยเฉพาะบริเวณแหล่งประมงพื้นที่บ้านท่าไค้-นาแล หมู่ที่ 6-7 ที่ชาวบ้านใช้หาเลี้ยงชีพกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษหลายชั่วอายุคน จึงขอความกรุณาท่านผู้ว่าราชการช่วยยับยั้งเรือดูดหินดูดทราย โดยเรือดังกล่าวเป็นของบริษัทไหนใครเป็นเจ้าของคงไม่เป็นที่ลำบากที่จะทราบได้เพราะมีเจ้าเดียวที่มีท่าหินทรายซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ของหมู่ที่ 1 ของตำบลนาสีนวน และเป็นนายทุนที่มีอิทธิพลกว้างขวางจนข้าราชการที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องไม่กล้าที่จะเข้ามาายุ่งเกี่ยวดำเนินการใดๆ ตามกฎหมาย แต่กลับละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ปล่อยปละละเลยให้นายทุนดังกล่าวทำการดูดหินดูดทรายยห่างจากฝั่งประเทศไทยและหมู่บ้านไม่ถึง 100 เมตร ดังปรากฏหลักฐานตามภาพที่ส่งมาพร้อมหนังสือ

“วอนขอความอนุเคราะห์ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวและสั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายด้วย เพื่อคงความเป็นพื้นที่อนุรักษ์ทรัพยากรสัตวน้ำทุกชนิด ซึ่งจะเป็นบุญกุศลกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารด้วย” นายพรรณากล่าว

 

ภาพ/ข่าว ชุด ฉก.พญาอินทรีย์/เดวิท โชคชัย จ.มุกดาหาร รายงาน




สำนักงานใหญ่ เลขที่ 76 หมู่ 20 ถนนกสิกรทุ่งสร้าง ตำบลศิลา อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000