กนอ.ปลื้มนิคมฯอุดรธานี คืบหน้าแล้วกว่า 70 % มั่นใจหลังโควิด-19 คลี่คลาย สัญญาณลงทุนเป็นบวกแน่นอน (มีคลิป) - ไทยเสรีนิวส์
กนอ.ปลื้มนิคมฯอุดรธานี คืบหน้าแล้วกว่า 70 % มั่นใจหลังโควิด-19 คลี่คลาย สัญญาณลงทุนเป็นบวกแน่นอน (มีคลิป)

รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน ตรวจติดตามความคืบหน้านิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี พร้อมคณะการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) มั่นใจหลังเปิดประเทศ สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย สัญญาณลงทุนเป็นบวกแน่นอน

เมื่อเร็วๆ นี้ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และนายธีรยุทธ วานิชชัง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และคณะ เดินทางมาตรวจติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี ต.โนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี โดยมีนายจำรัส กังน้อย รองผวจ.อุดรธานี นายวิเชียร ขาวขำ นายก อบจ.อุดรธานี นางเทียบจุฑา ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี หัวหน้าส่วนราชการ ทั้งภาครัฐ เอกชน นายกองเอกสุวิทย์ พิพัฒน์วิไลกุล นางอรพิน พิพัฒน์วิไลกุล นายพิสิษฎ์ พิพัฒน์วิไลกุล ผู้บริหารโครงการนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี ให้การต้อนรับ และรายงานผลการดำเนินงาน ที่พัฒนาไปแล้วกว่าร้อยละ 70 โดยเฉพาะระบบสาธารณูปโภค-โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมให้บริการแล้ว

นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี เป็นความร่วมมือระหว่าง กนอ. กับ บริษัท เมืองอุตสาหกรรมอุดรธานี จำกัด ที่ได้ลงนามในสัญญาร่วมดำเนินงานเมื่อปี 2557 ภายใต้แนวคิดการเป็นนิคมอุตสาหกรรมสีเขียวแห่งแรกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยใช้กลยุทธ์การบริหารจัดการความยั่งยืน เน้นหลักการสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างความเจริญเติบโตให้กับคนไทยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในบริบทพื้นฐานความสมดุลของเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ความสอดคล้องกับกฎหมาย และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

อีกทั้งเพื่อรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ในการมีช่องทางการประกอบอาชีพในถิ่นเกิด โดยไม่ต้องอพยพไปทำงานที่อื่น และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัด เชื่อหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายและเปิดให้มีการเข้า-ออกประเทศได้ตามปกติ จะเป็นสัญญานบวกให้มีนักลงทุนเข้ามาชมพื้นที่และตัดสินใจลงทุน จากความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของประเทศไทย และปัจจัยบวก จากการขยายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษหนองคายที่ครอบคลุมถึงนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี และการที่จังหวัดอุดรธานีอยู่ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (NeEc) ส่งให้พื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นฮับการขนส่ง-โลจิสติกส์ของภูมิภาค


การพัฒนาโครงการฯล่าสุด มีความคืบหน้าไปมาก โดยขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการเฟสแรก ในการก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภค พื้นที่กว่า 1,300 ไร่ เช่น การพัฒนาถนนและองค์ประกอบถนน งานระบบระบายน้ำฝน งานระบบน้ำเสีย งานระบบประปา ของถนนสายต่างๆในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี รวมระยะทางทั้งสิ้น 5.67 กิโลเมตร ที่ปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จ 75% ซึ่งตามแผนการกำหนดจะแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2564 รวมถึงการพัฒนาศูนย์โลจิสติกส์ ปาร์ค (Logistics Park) พื้นที่ 600 ไร่ เพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าทางรางและโลจิสติกส์ในภูมิภาค และยังเป็นศูนย์การขนส่งสินค้าไปยังประเทศในกลุ่ม CLMV และจีนตอนใต้ รวมถึงการขนส่งทางรางไปยังท่าเรือแหลมฉบัง และพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ขณะเดียวกันในส่วนของการก่อสร้างอาคารคลังสินค้าให้เช่า ซึ่งอยู่ในแผนการพัฒนาระยะที่ 1 (2564-2565) ล่าสุดอาคารคลังสินค้าทั้ง 3 หลัง รวมพื้นที่ 23,160 ตารางเมตร พร้อมเปิดบริการให้เช่าแล้ว


นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในภาพรวมของการพัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี จะมีความก้าวหน้าไปอย่างมาก และมีความพร้อมรองรับการลงทุนในอนาคต แต่เพื่อเพิ่มศักยภาพและชักชวนให้เกิดการลงทุนมากขึ้น ทางผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี ได้ขอรับการสนับสนุนจากทางรัฐบาล ด้วยการขอสิทธิประโยชน์จากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) ตามประกาศบีโอไอที่ 1/2543 ที่ให้สิทธิประโยชน์ในการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคล 8 ปี และสิทธิประโยชน์ด้านภาษีอากรอื่นๆ ตามเกณฑ์ที่ตั้ง (Zone Based) ซึ่งเชื่อว่าสิทธิประโยชน์ดังกล่าวจะเป็นแม่เหล็กดูดการลงทุนจากนักลงทุนทั้งชาวไทย และต่างชาติได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ การพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี เป็นไปตามแนวคิดการพัฒนาเชิงพื้นที่ของเขตเศรษฐกิจ NeEC ที่เน้นความสามารถในการแข่งขันเพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดยนิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้จะทำให้มีเม็ดเงินเข้ามาลงทุนในพื้นที่ประมาณ 2.2 หมื่นล้านบาท และเกิดการจ้างงาน (ในนิคมฯ) ไม่ต่ำกว่า 20,000 คน และ 60,000 คน (นอกนิคมฯ) ขณะเดียวกันก็จะมีโรงงานอุตสาหกรรมเกิดขึ้นประมาณ 100 โรง สามารถสร้างรายได้ด้านภาษีอากรให้กับภาครัฐได้ถึงประมาณ 1.5-2 หมื่นล้านบาทต่อปีอีกด้วย

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ถ้าจะต้องเสนอเข้าคณะกรรมการใหญ่ ก็ให้นำภาพเหล่านี้ส่งไป อย่างน้อยก็แสดงให้เห็นถึงพัฒนาและความพร้อมว่า ในอนาคตถ้าจะให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางขนส่งในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะเชื่อมโยงกับระบบขนส่งด้านรถไฟไทย-จีน จะต้องหารือกัน ระดมสมองที่จะใช้ประโยชน์จากโอกาสใหม่ๆ ตนเองทำอะไรได้ก็จะช่วยทำเต็มที่ ในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้มาช่วยขับเคลื่อนในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะอีสานตอนบน จะพยายามเต็มที่ แต่ทั้งหมดทั้งปวงเป็นหน้าที่ของทุกคน ที่จะทำให้ประเทศไทย จังหวัดอุดรธานี จังหวัดอีสานตอนบนได้รับประโยชน์สูงสุด

 

 




โพสต์ที่เกี่ยวข้อง:

ดีแทคติดอันดับ “หุ้นยั่งยืน” จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ติดต่อกัน 4 ปีซ้อน พร้อมเปิด www.dtac.co.th/sustainability ฮ...
ทีทีบีไดรฟ์ มอบเงินให้กับสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว สนับสนุนกิจกรรมช่วยคนไทยสู้ภัยโควิด-19
ดีแทควางแผนพร้อมรับมือจราจรออนไลน์ยุคโควิด-19 เน็ตใช้งานพุ่งแหล่งพักอาศัย
เอไอเอส ผนึกฟาร์มลุงรีย์ รุกเปิดศูนย์เรียนรู้เทคโนโลยีเกษตรฟาร์มสุข นำเทคโนโลยี IoT สร้างแพลตฟอร์มฟาร์มอัจฉริยะ ผ่านแนวค...
AIS Academy และ พม. ต่อยอดความสำเร็จ “อุ่นใจอาสาพัฒนาอาชีพ” ผนึกกำลัง ช้อปปี้ ขยายผลสร้างทักษะอาชีพบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์...
AIS จับมือ Wisesight ยกระดับวงการอีสปอร์ต จัดงาน Thailand Zocial AIS Gaming Awards ครั้งแรกในไทย!
สำนักงานใหญ่ เลขที่ 76 หมู่ 20 ถนนกสิกรทุ่งสร้าง ตำบลศิลา อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000