วอน ผวจ.ภาคอีสาน อนุญาตให้จุดบั้งไฟได้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว (มีคลิป) - ไทยเสรีนิวส์
วอน ผวจ.ภาคอีสาน อนุญาตให้จุดบั้งไฟได้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว (มีคลิป)

กลุ่มอนุรักษ์ประเพณีบุญบั้งไฟอีสาน ขอบคุณรัฐบาลผ่อนปรนให้จุดบุญบั้งไฟเพื่อขอฝนได้ วอนขอให้ท่าน ผวจ.ทุกจังหวัดได้โปรดกรุณาเสนอแก้ประกาศจังหวัดของทุกจังหวัดภาคอีสานเพื่อขอให้อนุญาตให้จุดบั้งไฟได้โดยไม่จำกัดขนาดของบั้งไฟด้วย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าและการท่องเที่ยวระดับรากหญ้าในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

เมื่อวันที่ 6 เม.ย. 64 ที่ทำการกลุ่มอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีบุญบั้งไฟภาคอีสาน ถนนทองมาก ต.โพธิ์ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายพนม พรมประเสริฐ ประธานกลุ่มอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีบุญบั้งไฟภาคอีสาน เปิดเผยว่า จากกรณีที่ตนพร้อมด้วย นายวิริยะ อินพานิช ที่ปรึกษากลุ่ม และสมาชิกกลุ่มอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีบุญบั้งไฟภาคอีสานทุกจังหวัด ได้เดินทางไปที่กระทรวงวัฒนธรรม กรุงเทพฯ และที่กระทรวงมหาดไทยเพื่อไปยื่นหนังสือขอให้รัฐบาล คลายล็อคผ่อนปรนการจัดกิจกรรมวัฒนธรรมประเพณีบุญบั้งไฟเพื่อขอฝน

ทั้งนี้เนื่องจากว่า ประเพณีบุญบั้งไฟ เป็นวัฒนธรรมประเพณีที่สำคัญของภาคอีสานของประเทศไทย ที่เกิดขึ้นจากความเชื่อของชาวบ้านทางภาคอีสาน ที่เชื่อว่าการจุดบั้งไฟเป็นการขอฝนจากพญาแถน ให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล บุญบั้งไฟนิยมทำกันในเดือนหก ถือเป็นประเพณีสำคัญที่ขาดไม่ได้ ตั้งแต่โบราณ จนถึงปัจจุบัน ชาวอีสานมีความเชื่อว่า ถ้าปีใดไม่จัดงานบุญบั้งไฟ ฟ้าฝนจะไม่ตกต้องตามฤดูกาล เกิดความแห้งแล้งไม่มีน้ำทำนา แต่ถ้าปีใดจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟ ฟ้าฝนก็จะตกต้องตามฤดูกาลเกิดความอุดมสมบูรณ์ ปราศจากโรคภัย งานบุญบั้งไฟจึงถือเป็นงานประเพณีประจำปีที่สำคัญจนเป็นมรดกและวัฒนธรรมของชาวอีสานจนถึงปัจจุบัน

นายพนม พรมประเสริฐ ประธานกลุ่มอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีบุญบั้งไฟภาคอีสาน เปิดเผยต่อไปว่า ตนได้รับหนังสือจากศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ด่วนที่สุด ที่ มท 0230/4153 ลงวันที่ 18 มี.ค.64 เรื่อง ขอให้ผ่อนปรนการจัดกิจกรรมวัฒนธรรมประเพณีบุญบั้งไฟ ลงนามโดย นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แจ้งว่าตามที่ตนและกลุ่มอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีบุญบั้งไฟภาคอีสาน ได้ร้องขอให้ รมว.กระทรวงมหาดไทย และรัฐบาลให้พิจารณาผ่อนปรนการจัดกิจกรรมวัฒนธรรมประเพณีบุญบั้งไฟในเดือนหกปี 2564 (ตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน – 24 กรกฎาคม 2564) นั้น

ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท) ได้พิจารณานำข้อเสนอของกลุ่มอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีบุญบั้งไฟภาคอีสาน เสนอให้คณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโควิด – 19 พิจารณาประเด็นข้อเสนอดังกล่าวแล้ว และได้สั่งการให้ ผวจ.ทั้ง 20 จังหวัดภาคอีสาน บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดเพื่อศึกษาความเป็นไปได้และจัดทำมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด เสนอคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพิจารณาการผ่อนคลายมาตรการในการจัดกิจกรรมวัฒนธรรมประเพณีบุญบั้งไฟได้แล้ว

นายพนม พรมประเสริฐ ประธานกลุ่มอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีบุญบั้งไฟภาคอีสาน เปิดเผยต่อไปว่า ตนและคณะกลุ่มอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีบุญบั้งไฟภาคอีสานทุกคน จึงขอกราบขอบพระคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายก รมต.และคณะรัฐมนตรี รวมถึงส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ที่รับรู้และเข้าใจถึงวัฒนธรรมประเพณีบุญบั้งไฟของชาวอีสานและได้พิจารณาคลายล็อคผ่อนปรนการจัดกิจกรรมวัฒนธรรมประเพณีบุญบั้งไฟในเดือนหก ปี พ.ศ. 2564 ตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน – 24 กรกฎาคม 2564 ที่จะถึงนี้ได้แล้ว

ซึ่งพวกตนขอวอนให้ท่าน ผวจ.ทุกจังหวัดได้โปรดกรุณาเสนอแก้ประกาศจังหวัดของทุกจังหวัดภาคอีสานเพื่อขอให้อนุญาตให้จุดบั้งไฟได้โดยไม่จำกัดขนาดของบั้งไฟด้วย ทั้งนี้เนื่องจาก ชาวบ้านภาคอีสานนิยมจุดบั้งไฟตั้งแต่ขนาด 5 นิ้วขึ้นไปเพื่อบูชาพญาแถน เชื่อว่าจะทำให้พญาแถนพอใจและทำให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล รวมทั้งขณะนี้ตามประกาศจังหวัดอนุญาตให้จุดบั้งไฟได้เพียง 1 เดือน ควรเพิ่มเป็นอนุญาตให้จุดบั้งไฟได้ 3 เดือน คือช่วงเดือนหก เดือนเจ็ด เดือนแปด ก่อนเข้าพรรษา เหมือนเดิมกับที่เคยปฏิบัติมาเป็น 100 ปีแล้ว ซึ่งการอนุญาตให้จุดบั้งไฟเพียง1 เดือนนั้นเพิ่งจะมากำหนดเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา ทั้งนี้เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าและการท่องเที่ยวระดับรากหญ้าในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นั่นเอง

ภาพ / ข่าว ศิริเกษ หมายสุข ผู้สื่อข่าวประจำ จ.ศรีสะเกษ




โพสต์ที่เกี่ยวข้อง:

สำนักงานใหญ่ เลขที่ 76 หมู่ 20 ถนนกสิกรทุ่งสร้าง ตำบลศิลา อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000