รมว.มท. ชื่นชมลำพูนเป็นจังหวัดสะอาดต่อเนื่อง และขอให้พัฒนาให้มีความสวยงามควบคู่กันไป - ไทยเสรีนิวส์
รมว.มท. ชื่นชมลำพูนเป็นจังหวัดสะอาดต่อเนื่อง และขอให้พัฒนาให้มีความสวยงามควบคู่กันไป

รมว.มท. ติดตามการดำเนินงานคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับจังหวัดที่จังหวัดลำพูน พร้อมได้ชื่นชมเป็นจังหวัดสะอาดต่อเนื่อง และขอให้จังหวัดลำพูนได้พัฒนาพื้นที่จังหวัดให้มีความสวยงามควบคู่ไปด้วย

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2564 ที่ห้องประชุมจามเทวี ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดลำพูน ถนนอินทยงยศ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (รมว.มท.) เป็นประธานการประชุมร่วมกับคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับจังหวัด จังหวัดลำพูน โดยมี นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย , นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย , นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย , นายภาสกร บุญญลักษม์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เขตตรวจราชการที่ 15 , นายธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครอง , นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน , นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมที่ดิน , นายประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น , นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย , นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง , นายชีระ วงศบูรณะ ผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสีย ผู้บริหารส่วนกลาง และผู้ตรวจราชการกรม ร่วมประชุม โดยมี นายวรยุทธ เนาวรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พร้อมด้วย นายชัชวาลย์ ฉายะบุตร , นายอนุพงษ์ วาวงศ์มูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน และคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับจังหวัด จังหวัดลำพูน ร่วมประชุมฯ


นายวรยุทธ เนาวรัตน์ กล่าวว่า จังหวัดลำพูน มีประเด็นปัญหาความเดือดร้อนเร่งด่วน ที่ได้ขับเคลื่อนผ่านการดำเนินงานคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับจังหวัด จังหวัดลำพูน จำนวน 2 ประเด็น ได้แก่
1) การบริหารจัดการน้ำเพื่อการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำจังหวัดลำพูน โดยสถานการณ์น้ำในภาคอุปโภคบริโภคและการเกษตร จังหวัดลำพูนมีแม่น้ำสายสำคัญไหลผ่าน 4 สาย มีอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 4 แห่ง ปัจจุบันมีปริมาณน้ำ 11.08 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 31.57 ของความจุ กำหนดแผนการจัดสรรน้ำในฤดูแล้งเพื่อการเกษตรจำนวน 12.14 ล้านลูกบาศก์เมตร น้ำเพื่ออุปโภคบริโภค 2.5 ล้านลูกบาศก์เมตร น้ำเพื่อการอุตสาหกรรม 0.500 ล้านลูกบาศก์เมตร มีความเพียงพอต่อความต้องการของทุกภาคส่วน และได้ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือให้เกษตรกรงดปลูกข้าวนาปรังและลำไยนอกฤดู นอกจากนี้ ได้ดำเนินการตามประเด็นข้อสั่งการในการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับจังหวัด จังหวัดลำพูน เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2563 ทั้งการแก้ปัญหาน้ำในภาคอุปโภคบริโภคและการเกษตร และภาคอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ ในด้านการบริหารจัดการและการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำจังหวัดลำพูน ได้แบ่งการดำเนินงาน 3 ระยะ คือ ระยะสั้น ดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคด้วยการซ่อมแซมฝายพญาอุและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในภาคอุตสาหกรรมในช่วงฤดูแล้ง ระยะกลาง ด้วยการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนและป้องกันการกัดเซาะตลิ่งแม่น้ำทา และระยะยาว ด้วยการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำประปาที่สถานีเขื่อนแม่กวง นอกจากนี้ จังหวัดลำพูนได้ดำเนินการบริหารจัดการน้ำชุมชนสู่ความยั่งยืนผ่านโครงการสร้างฝายพัชรธรรม ฟื้นฟู จิตวิญญาณลุ่มน้ำกวง ถวายเป็นพระราชกุศล สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยปัจจุบันได้มีการก่อสร้างฝายแห่งที่ 1 ณ บ้านศรีบุญชูวังไฮ หมู่ 7 ตำบลเวียงยอง อำเภอเมืองลำพูน โดยไม่ใช้งบประมาณของทางราชการ และอยู่ระหว่างการต่อยอดขยายผลโครงการ

2) การแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าจังหวัดลำพูน สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) และจำนวนจุดความร้อนฝุ่นละออง PM 2.5 เดือนมกราคม – มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา โดยทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ดีมากถึงพอใช้ ในช่วงเดือน มกราคม – กลางเดือน กุมภาพันธ์ และอยู่ในเกณฑ์เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ (สีส้ม) ในช่วงปลายเดือน กุมภาพันธ์ ถึงปัจจุบัน มีจำนวนวันที่ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินค่ามาตรฐาน จำนวน 18 วัน ค่าเป้าหมายจำนวนไม่เกิน 28 วัน (ข้อมูล ณ วันที่ 8 มี.ค. 64) สถานการณ์ไฟป่า (จุดความร้อน) จำนวน 2,191 จุด เป้าหมายไม่เกิน 2,544 จุด (ข้อมูล ณ วันที่ 7 มี.ค. 64) จังหวัดได้กำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน โดยบูรณาการจากทุกภาคส่วน และกำหนดมาตรการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนในพื้นที่ตำบลก้อ ภายใต้รูปแบบ “บ้านก้อแซนด์บ็อกซ์โมเดล” และกำหนดแผนปฏิบัติการในการลงพื้นที่ตรวจสอบตำแหน่งที่ดินและสอบสวนพิสูจน์สิทธิในที่ดินเพื่อเร่งรัดในการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินให้แก่ประชาชนในพื้นที่ตำบลก้อ อำเภอลี้

ด้าน พลเอก อนุพงษ์ฯ กล่าวว่า ในวันนี้(11 มี.ค. 64.)เป็นการลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานตามแนวทางขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับจังหวัด เป็นการติดตามการดำเนินงานของทุกส่วนราชการในพื้นที่จังหวัดลำพูน ทั้งแผนงานโครงการตามยุทธศาสตร์จังหวัด และแผนระดับต่าง ๆ รวมทั้งเป็นการติดตามว่ากระบวนงานตามแผนงานมีข้อติดขัดสิ่งใด และต้องการขอรับการสนับสนุนด้านใดเพิ่มเติม และเป็นการมารับฟังสภาพปัญหาที่ได้รับการสะท้อนจากในพื้นที่เพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ในวันนี้ได้เห็นถึงความก้าวหน้าของการแก้ไขปัญหาจำเป็นเร่งด่วนของจังหวัด คือ การบริหารจัดการน้ำ และการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า จึงขอให้ดำเนินการตามแผนที่ได้กำหนดไว้อย่างต่อเนื่อง

 

นอกจากนี้ จุดแข็งของจังหวัดลำพูนที่เป็นแบบอย่าง คือ การได้รับรางวัล “จังหวัดสะอาด” อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี ซึ่งถือเป็นตัวอย่างให้กับจังหวัดอื่น ๆ และเพื่อเป็นการต่อยอดจากการเป็นจังหวัดสะอาดแล้ว ขอให้จังหวัดลำพูนได้พัฒนาพื้นที่จังหวัดให้มีความสวยงามควบคู่ไปด้วย ให้พื้นที่มีหมู่บ้านที่สวยงาม มีแหล่งน้ำสะอาดคู่กับบริเวณที่สวยงาม เพื่อจะเกิดประโยชน์กับประชาชน รวมถึงจะเห็นได้ว่า จังหวัดลำพูนได้ขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย เช่น โครงการโคก หนอง นา โมเดล การพัฒนาผลิตภัณฑ์ “ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” และการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน เป็นต้น ที่สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม และขอให้คณะกรรมการขับเคลื่อนฯ ดำเนินการให้เป็นไปตามประเด็นความต้องการ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้มีความสุขอย่างยั่งยืน..พลเอก อนุพงษ์ฯ กล่าวในที่สุด

กรรณิการ์ วิจิตรสกลการ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูน รายงาน




สำนักงานใหญ่ เลขที่ 76 หมู่ 20 ถนนกสิกรทุ่งสร้าง ตำบลศิลา อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000