ความสัมพันธ์เครือญาติ หัวใจเชื่อมถึงกัน ในโอกาสครบรอบ 45 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีน - ไทย  - ไทยเสรีนิวส์
ความสัมพันธ์เครือญาติ หัวใจเชื่อมถึงกัน ในโอกาสครบรอบ 45 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีน – ไทย 

ความสัมพันธ์เครือญาติ หัวใจเชื่อมถึงกัน ในโอกาสครบรอบ 45 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีน – ไทย

 

หม่า เฟิงชุน กงสุลใหญ่ ณ สงขลาข้าพเจ้ามีความผูกพันกับประเทศไทยอย่างไม่อาจแยกจากกันได้  เดือนมีนาคมปี 2017 ขณะที่ข้าพเจ้าดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักพิมพ์ World Affairs Press ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการต่างประเทศของจีน ข้าพเจ้าเคยจัดงาน “มหกรรมวัฒนธรรมจีนสู่อาเซียน” โดยนำคณะผู้แทนกว่า 70 คนเยือนหลายประเทศในอาเซียนโดยเริ่มจากประเทศไทยเป็นประเทศแรก คณะผู้แทนได้ทำการแสดงด้านศิลปะและวัฒนธรรม จัดนิทรรศการภาพถ่ายและนิทรรศการหนังสือ ฯลฯ ขึ้นที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพฯ ทำให้ผู้ชมชาวไทยสัมผัสได้ถึงเสน่ห์อันน่าหลงใหลของวัฒนธรรมจีน สิ่งที่ข้าพเจ้ายังคงตราตรึงใจคือ ขณะที่คณะนักแสดงจากซานตงบรรเลงเพลง “สายฝน” เพลงพระราชนิพนธ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ผู้ชมชาวไทยต่างก็ซาบซึ้งและน้ำตาคลอเบ้า ความรักที่ชาวไทยมีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 นั้นทำให้พวกเรารู้สึกตื้นตันใจอย่างยิ่ง


เดือนมีนาคมปี 2018 ข้าพเจ้าได้วางแผนและจัดพิมพ์หนังสือ วันเสาร์ ชั่วโมงทรงพระอักษร ซึ่งเขียนโดยอาจารย์หยู เหวินหง พระอาจารย์ผู้ถวายพระอักษรจีนในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในคำนำของหนังสือซึ่งเขียนโดยกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ นั้น พระองค์ได้บอกเล่าเรื่องราวระหว่างพระองค์กับพระอาจารย์ อีกทั้งได้แนะนำขนบธรรมเนียมประเพณี ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของไทย หนังสือเล่มนี้ทำให้ข้าพเจ้าได้เรียนรู้เกี่ยวกับมิตรภาพอันลึกซึ้งระหว่างประชาชนจีนและประชาชนไทย และรู้สึกซาบซึ้งกินใจกับประโยคที่พระองค์ทรงเขียนไว้ว่า “จะเป็นจีนเป็นไทยใช่ใครอื่น จะชมชื่นผูกจิตสนิทมั่น”
เดือนมีนาคมปี 2019 ข้าพเจ้าได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดสงขลา ข้าพเจ้าจึงหอบเอามิตรภาพที่ชาวจีนมีต่อประชาชนภาคใต้ของประเทศไทยและเดินทางมาถึงดินแดนอันงดงามแห่งนี้

qrf

จีนไทยเป็นมิตรประเทศที่ดีต่อกันมายาวนาน มีความไว้เนื้อเชื่อใจทางการเมืองในระดับสูง อีกทั้งมีการประสานงานและมีความร่วมมือมายาวนานในประเด็นปัญหาระหว่างประเทศและปัญหาระดับภูมิภาค ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ผู้นำของทั้งสองประเทศมีการไปมาหาสู่กันอย่างใกล้ชิด ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงได้ส่งสาส์นแสดงความยินดีและเฉลิมฉลองแด่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก นอกจากนี้ ยังได้ถวาย “เหรียญรัฐมิตราภรณ์” ซึ่งเป็นเหรียญเกียรติยศสูงสุดของจีนแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดา สยามบรมราชกุมารีฯ นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียงก็ได้เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในโอกาสเข้าร่วมการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (East Asia Summit) พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและผู้นำท่านอื่นๆของไทยก็ได้นำคณะไปเยือนประเทศจีนหลายครั้ง แสดงให้เห็นว่าผู้นำของทั้งสองประเทศได้เป็นผู้ริเริ่มและผู้ผลักดันโดยตรงต่อการพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคี นอกจากนี้ ความสัมพันธ์เชิงหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างจีนกับไทยก็กำลังพบกับโอกาสที่มากยิ่งขึ้น ในฐานะกงสุลใหญ่ ข้าพเจ้ารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับหน้าที่นี้ และมีความมั่นใจอย่างมาก


ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง ข้าพเจ้าได้เดินทางไปเยี่ยมสถานที่หลายแห่งในภาคใต้ อีกทั้งจัดงานและเข้าร่วมงานลักษณะต่างๆหลายร้อยครั้ง ผู้คนในท้องถิ่นที่มองโลกในแง่ดี มีความกระตือรือร้น ใจกว้าง และยอมรับซึ่งกันและกันทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจอย่างมาก ข้าพเจ้ายังรับรู้ได้ว่ารากฐานสำคัญของมิตรภาพจีน – ไทยคือ “ความสัมพันธ์แบบเครือญาติที่หัวใจเชื่อมโยงถึงกัน”
คำกล่าวที่ว่า “ความสัมพันธ์แบบเครือญาติที่หัวใจเชื่อมโยงถึงกัน” นั้น เป็นสิ่งที่สะสมมาเป็นเวลานาน ในช่วงต้นราชวงศ์ฮั่นเมื่อราว 2,000 ปีก่อน เรือประมงของจีนได้เดินทางมาถึงประเทศไทย ซึ่งเป็นการเปิดฉากการแลกเปลี่ยนระหว่างสองประเทศครั้งแรก ราวคริสต์ศตวรรษที่ 10 การค้าระหว่างทั้งสองประเทศมีความใกล้ชิดกันมากขึ้น พอถึงศตวรรษที่ 12 ชาวจีนเริ่มเข้ามาตั้งถิ่นฐานในประเทศไทย ตั้งแต่นั้นมา การแลกเปลี่ยนระดับบุคคลและระดับรัฐบาลก็มีเพิ่มมากขึ้น นำไปสู่การพัฒนาทางการค้าและการผสมผสานของวัฒนธรรมเพิ่มมากขึ้นด้วย ขอยกตัวอย่างเทศกาลกินเจในประเทศไทย คนไทยที่ถือศีลกินเจจะนุ่งขาวห่มขาวและปฏิบัติธรรม ซึ่งในมณฑลกวางตุ้ง ยูนนานและเหอเป่ย ฯลฯ ก็มีธรรมเนียมและประเพณีที่คล้ายคลึงกัน ประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์อันยาวนานนับพันปีได้ส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองของจีนและไทยด้วยการเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ตลอดจนได้สร้างอารยธรรมที่งดงามและเบ่งบานด้วยการแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

คำกล่าวที่ว่า “ความสัมพันธ์แบบเครือญาติที่หัวใจเชื่อมโยงถึงกัน” นั้น ได้สร้างรากฐานที่มั่นคงสำหรับความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน จีนและไทยมีการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจและการค้าอย่างใกล้ชิด ในปี 2019 จีนเป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของไทยเป็นเวลา 7 ปีติดต่อกันและเป็นแหล่งเงินทุนต่างชาติที่ใหญ่ที่สุดของไทย ในขณะที่ไทยเป็นคู่ค้าอันดับสามของจีนในกลุ่มประเทศอาเซียน ทั้งสองประเทศมีการแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิดในด้านการท่องเที่ยวโดยจีนเป็นแหล่งที่มาของนักท่องเที่ยวหลักของไทย ในปี 2019 จำนวนนักท่องเที่ยวจีนมาไทย 10.98 ล้านคน คิดเป็น 28% ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทั้งสองประเทศมีการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรมอย่างใกล้ชิด ปี 2019 มีนักศึกษาจีนทั้งหมด 36,000 คนศึกษาในประเทศไทย และนักเรียนไทย 28,000 คนศึกษาในประเทศจีน ผลงานวรรณกรรมชิ้นเอกของจีนเรื่อง ไซอิ๋ว และ สามก๊ก เป็นที่รู้จักแพร่หลายในสังคมไทย ในขณะที่อาหารไทย มวยไทยและละครไทยก็ได้รับความนิยมในจีนเช่นกัน ความร่วมมือที่เป็นมิตรระหว่างจีนและไทยสื่อให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ระบบสังคมที่แตกต่างกันสามารถผสมกลมกลืนกันได้เป็นอย่างดี รูปแบบการพัฒนาที่แตกต่างกันสามารถร่วมมือกันได้เป็นอย่างดี และค่านิยมทางวัฒนธรรมที่แตกต่างกันสามารถแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันได้


คำกล่าวที่ว่า “ความสัมพันธ์แบบเครือญาติที่หัวใจเชื่อมโยงถึงกัน” นั้น ได้ส่องแสงแห่งโชคชะตาร่วมกัน การเผชิญกับบททดสอบอย่างที่ไม่ทันตั้งตัวอย่างการระบาดของ Covid-19 นั้น จีนและไทยได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ร่วมกันเอาชนะความยากลำบาก อันเป็นการอธิบายถึงมิตรภาพที่จริงใจระหว่างทั้งสองประเทศแบบ “ลงเรือลำเดียวกัน” ข้าพเจ้าไม่มีวันลืมว่า เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เกิดโรคระบาดอย่างหนักในอู่ฮั่นนั้น พื้นที่ภาคใต้ของไทยได้จัดมหกรรมการร่วมบริจาคเพื่อช่วยจีนต่อสู้กับโรคระบาด แม้แต่ผู้เฒ่าผู้แก่และเด็กน้อยยังออกมาแสดงความรักต่อประเทศจีน มีเด็กนักเรียนจำนวนไม่น้อยสละเงินค่าขนมเพื่อร่วมบริจาคเงินพร้อมกับเขียนข้อความว่า “อู่ฮั่นสู้ๆ ประเทศจีนสู้ๆ” ข้าพเจ้าไม่มีวันลืมว่า เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ในขณะที่ภาคใต้ของไทยกำลังต่อสู้กับโรคระบาดนั้น สถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดสงขลาได้มอบสิ่งของจำเป็นในการต่อสู้กับโรคระบาดซึ่งบริจาคโดยเทศบาลอู่ฮั่นให้กับจังหวัดสงขลาและประชาชน 14 จังหวัดภาคใต้ สิ่งของเหล่านี้เป็นตัวแทนคำขอบคุณที่ชาวอู่ฮั่นมีต่อประชาชนภาคใต้ของไทย และเป็นการอวยพรให้ภาคใต้เอาชนะโรคระบาดได้ในเร็ววัน ในการต่อสู้กับโรคระบาดนั้น จีนและไทยต่างสนับสนุนซึ่งกันและกันทั้งด้านวัตถุและด้านจิตใจ แสดงถึงความเป็น “เพื่อนยาก” ระหว่างสองประเทศ และนี่คือภาพที่แท้จริงของคำกล่าวที่ว่า “จีนไทยครอบครัวเดียวกัน” และเป็นการอธิบายถึงคำว่า “ชุมชนแห่งโชคชะตาร่วมกันของมวลมนุษยชาติ” ได้อย่างชัดเจน

 


การเกิดโรคระบาดครั้งใหญ่ในรอบศตวรรษและการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลกในรอบศตวรรษได้มาบรรจบกันอย่างไม่คาดคิด นำความท้าทายและบททดสอบมาสู่มนุษยชาติอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน การเผชิญกับความเสี่ยงและความท้าทายที่รุนแรงจากการระบาดของ Covid-19 นั้น ประเทศจีนได้ใช้ความพยายามอย่างยากลำบากในการก้าวไปข้างหน้าจนประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับต้นๆ ทั้งการป้องกันและควบคุมโรค ตลอดจนการฟื้นฟูเศรษฐกิจ สามไตรมาสแรกของเศรษฐกิจจีนได้พลิกจากติดลบมาอยู่ในแดนบวก โดยเติบโตขึ้น 4.9% ในไตรมาสที่สาม ธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศได้เพิ่มตัวเลขการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจจีนในปีนี้เป็น 2% และ 1.9% ตามลำดับ องค์กรระหว่างประเทศหลักๆ ต่างคาดการณ์ว่าจีนจะเป็นก้อนเศรษฐกิจเดียวที่จะเติบโตในแดนบวกในปีนี้ เมื่อไม่นานมานี้ การประชุมใหญ่ครั้งที่ 5 ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนสมัยที่ 19 ได้พิจารณาและอนุมัติ “ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 5 ปี ฉบับที่ 14 และเป้าหมายแห่งวิสัยทัศน์ปี 2035” ซึ่งเป็นการวาดพิมพ์เขียวสำหรับการพัฒนาบนเส้นทางใหม่ของจีนในการสร้างประเทศสังคมนิยมที่ทันสมัยอย่างรอบด้าน อีกทั้งชี้ชัดทิศทางและเป้าหมายของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจีนในอีก 5 ปีข้างหน้าและนานกว่านั้น จีนจะคว้าโอกาสการพัฒนาใหม่ๆตามหลักวิทยาศาสตร์ นำแนวคิดการพัฒนาแบบใหม่ไปปฏิบัติอย่างจริงจัง อีกทั้งจะยึดมั่นในรูปแบบการพัฒนาแบบใหม่ที่เน้นสร้างวัฏจักรภายในประเทศเป็นหลัก และวัฏจักรแบบคู่ที่ส่งเสริมซึ่งกันและกันระหว่างภายในประเทศและระหว่างประเทศ ประตูแห่งการเปิดกว้างของจีนจะเปิดกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ ประเทศจีนที่เปิดกว้างและเจริญก้าวหน้าขึ้นทุกวันจะสร้างโอกาสแห่งการพัฒนาแก่ประเทศต่างๆทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยด้วย และสร้างคุณูปการต่อความมั่นคงและความมั่งคั่งของ “โลกยุคหลัง Covid-19”
ปีนี้เป็นปีครบรอบ 45 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนและไทย ในช่วง 45 ปีที่ผ่านมา ทั้งสองประเทศยึดมั่นในหลักการเคารพซึ่งกันและกัน หลักความเป็นธรรมและหลักการได้ประโยชน์ร่วมกัน ตามแนวคิดร่วมหารือ ร่วมสร้างและร่วมรับประโยชน์ กลายเป็นต้นแบบของมิตรภาพระหว่างเพื่อนบ้านที่มีความร่วมมือแบบได้ประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศและประชาชนของตนอย่างต่อเนื่อง ในปีที่ผ่านมา สถานกงสุลใหญ่ ณ จังหวัดสงขลาได้ปฏิบัติภารกิจมากมายเพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือระหว่างจีน – ไทย กล่าวคือ ได้ระดมวัสดุจำเป็นทางการแพทย์ผ่านช่องทางที่หลากหลายเพื่อสนับสนุนทุกภาคส่วนในภาคใต้ของประเทศไทย เป็นตัวกลางในการสร้างความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลสงขลานครินทร์และโรงพยาบาล Wuhan Jinyintan เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการต่อสู้กับโรคระบาด ร่วมมือกับเทศบาลนครสงขลาเพื่อจัดการแข่งขันเทนนิสมิตรภาพ “จีนไทยครอบครัวเดียวกัน” เพื่อรณรงค์การออกำลังกายเพื่อต่อสู้กับโรคระบาด ร่วมมือกับช่อง NBT2 ในการถ่ายทำ MV ประชาสัมพันธ์ทิวทัศน์ที่งดงามของภาคใต้เพื่อร่วมฉลองครบรอบ 45 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตจีน – ไทย บนจุดเริ่มต้นใหม่ทางประวัติศาสตร์ ข้าพเจ้ามีเหตุผลเพียงพอที่จะเชื่อได้ว่า เรือแห่งมิตรภาพระหว่างจีนและไทยจะแล่นอย่างมั่นคงและยาวไกลสู่อนาคตที่สดใส
มิตรภาพระหว่างประเทศขึ้นอยู่กับมิตรภาพระหว่างประชาชน เรายินดีที่จะทำงานร่วมกับฝ่ายไทยเพื่อรักษาหลักการของการอยู่ร่วมกันอย่างปรองดอง การยอมรับซึ่งกันและกัน และหลักการได้ประโยชน์ร่วมกัน (win-win) เพื่อสนับสนุนความสัมพันธ์จีน – ไทยในยุคใหม่ ให้มิตรภาพที่จริงใจระหว่างทั้งสองประเทศสืบทอดต่อไปชั่วลูกชั่วหลาน




สำนักงานใหญ่ เลขที่ 76 หมู่ 20 ถนนกสิกรทุ่งสร้าง ตำบลศิลา อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000