รับจ้างหิ้วโคเคนบินลัดฟ้าข้ามโขง ไม่รอดตาตำรวจไทย

นายด่านศุลกากรหนองคาย “คนใหม่” พร้อม ผกก.สภ.เมืองหนองคาย นำเจ้าหน้าที่ จับกุมสาวเชียงราย พร้อมโคเคน จำนวน 3,000 กรัม มูลค่า 24 ล้าน เตรียม ส่ง กทม.

วันที่ 29 ตุลาคม 2562  ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย – ลาว  แห่งที่ 1 จังหวัดหนองคาย  พ.ต.อ.ณรัชต์พล  เลิศรัชตะปภัสส์  นายด่านศุลกากรหนองคาย,  นายสมบัติ  ฆ้อนทอง  หัวหน้าฝ่ายสืบสวนและปราบปรามศุลกากร,  นายเกรียงศักดิ์  จันทร์ทิม  หัวหน้าฝ่ายควบคุมและตรวจสอบทางศุลกากร,พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สภ.เมืองหนองคาย  เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรหนองคาย,  เจ้าหน้าที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดหนองคาย,  ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย  และตำรวจ สภ.เมืองหนองคาย  แถลงข่าวการจับกุมตัวนางสาวขนิษฐ์สุดา  ประกอบแสง  อายุ 19 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 23 หมู่ที่ 9 ตำบลผางาม  อำเภอเวียงชัย  จังหวัดเชียงราย  พร้อมโคเคน  จำนวน 3,000 กรัม  (3 กิโลกรัม)  ซุกซ่อนมาในเสื้อกันหนาว จำนวน  4 ตัว  ขณะเดินทางเข้ามายังราชอาณาจักรไทย  เพื่อทำพิธีการผ่านแดน

ทั้งนี้  เมื่อเวลาประมาณ 19.20 น.  ขณะที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรหนองคายปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น  ได้พบหญิงสาวซึ่งเดินทางมากับรถโดยสารประจำทางระหว่างประเทศสายนครหลวงเวียงจันทน์ – กรุงเทพฯ  เข้ามาทำพิธีการผ่านแดน  แต่หญิงสาวคนดังกล่าวท่าทางมีพิรุธ  จนท.จึงได้ขอทำการตรวจค้นตัวและกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สีดำ  และได้พบ  “โคเคน”  ซึ่งเป็นลักษณะของเหนียวบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกขนาด 14 x 18 นิ้ว  จำนวน  4 ถุง  ซุกซ่อนอยู่ในเสื้อกันหนาวถุงละ 1 ตัว

จากนั้น  ได้ทำการตรวจสอบของเหนียวด้วยน้ำยา Cobalt Thiocyaanate Reagent ผลปรากฏว่าเป็นสีฟ้า  แสดงว่าเป็น  “โคเคน”  จากการสอบสวน  นางสาวขนิษฐ์สุดา  ให้การรับสารภาพว่า  ได้รับการว่าจ้างจากแฟนชาวเนปาล  ให้นำเสื้อกันหนาวทั้ง 4 ตัว  ไปส่งให้กับเพื่อนชาวไทยชื่อนวลจันทร์  พั่วแดง อยู่ที่หมู่บ้านปรีชา 8 ซอยหัวหมาก 29 กรุงเทพมหานคร โดยจะได้รับค่าจ้างเป็นเงิน  จำนวน 50,000 บาท  ตนจึงได้นำสิ่งของดังกล่าวเดินทางโดยเครื่องบินจากสนามบินประเทศเนปาล  ไปยังประเทศสิงคโปร์  และเดินทางมายังสนามบินวัดไต  นครหลวงเวียงจันทน์  ประเทศลาว  แล้วนั่งรถโดยสารระหว่างประเทศสายเวียงจันทน์ – กรุงเทพมายังด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพ ไทยลาว  แห่งที่ 1 จังหวัดหนองคาย  กระทั่งถูกจับกุมตัวได้ดังกล่าว

เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหามีความผิดฐานนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากร  อันเป็นความผิดตามนัยมาตรา 242 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และมีความผิดฐานนำยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 (โคเคน)  เข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย  และมียาเสพติดให้โทษในประเภท 2 (โคเคน)  ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย  อันเป็นความผิดตาม มาตรา 16, 17 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาและของกลางส่งพนักงานสอบสวน  สภ.เมืองหนองคาย  เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภัทรวินทร์ ลีปาน

หนองคาย

 

 




ป้ายกำกับ:, ,

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง:

น้ำใจจากประชาชนส่งถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน...ภาคเอกชนท่าบ่อ ร่วมข้าราชการ อดีตข้าราชการ นำสิ่งของมอบเจ้าหน้าที่ทุกภาค...
สาวอุบลฯ โชคดีรับปีใหม่ ถูกรางวัลที่ 1 รับ 6 ล้านบาท
ผู้กำกับเมืองศรีสะเกษ ปลุกชาวบ้านเป็นตำรวจ ร่วมต้านยาเสพติดและป้องกันอาชญากรรม
ขนส่งศรีสะเกษ เข้มห้ามรถบัสมีน็อตล้อไม่ครบวิ่งส่งผู้โดยสารพร้อมสั่งปรับ ส่งคุมเดินรถสาธารณะและรถบรรทุก ด้วยระบบ GPS Trac...
รักคือการให้ ... รอง ผกก.จร.สภ.เมืองอุดรธานี ส่งมอบความรักด้วยการมอบตู้เย็นให้โรงพักบ้านผือ
ตำรวจไทยทำได้ทุกอย่าง... ชื่นชมตำรวจ สภ.ท่าบ่อ เข้าช่วยประชาชน เปลี่ยนล้อรถยนต์ให้
previous arrow
next arrow
Slider
wordpress themes by wpicus
สำนักงานใหญ่ เลขที่ 76 หมู่ 20 ถนนกสิกรทุ่งสร้าง ตำบลศิลา อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000